ฎีกาน่าสนใจ กรณีทำร้ายผู้พิการครับ คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๑๖/๒๕๕๕
อัพเดทล่าสุด: 3 มิ.ย. 2026
5 ผู้เข้าชม

6 พฤษภาคม 2016
ฎีกาน่าสนใจ กรณีทำร้ายผู้พิการครับ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๑๖/๒๕๕๕
โจทก์ร่วมและ ม. เป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันตรงกันว่า จำเลยยิงปืนขึ้นฟ้ง ๒ นัด นับว่าสอดคล้องกับเรื่องราวที่จำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปยังที่เกิดเหตุแล้วถูกโจทก์ร่วมและ ม. พูดจาดูแคลนที่จำเลยซึ่งเป้นคนพิการขาขวาด้วนแล้วยังไปเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ จึงมีเหตุผลเพียงที่จะทำให้จำเลยโกรธและชักอาวุธปืนที่พาติดตัวออกมายิง โดยเฉพาะการตรวจพบธาตุ Antimony ที่มือของจำเลยในปริมาณที่สันนิษฐานได้ว่าเกี่ยวข้องกับการยิงปืน ย่อมเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่า จำเลยยิงอาวุธปืนของกลางจริง
แม้จำเลยมีร่างกายพิการที่ขาขวาด้วน จำเลยก็มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเข้าไปเที่ยวเพื่อหาความสุขสำราญในร้านอาหารที่เกิดเหตุได้เช่นคนที่มีร่างกายปกติธรรมดาทั่วไป และโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิใดๆที่จะนำเอาเหตูความพิการทางร่างกายของจำเลยมาพูดจาวิพากษา์วิจารณ์เยาะเย้ยถากถางหรือดูหมิ่นเหยียดหยามเพื่อให้จำเลยเจ็บช้ำน้ำใจได้ การที่โจทก์ร่วมพูดกับ ม. ว่า"ดูนั่นซิ ด้วนแล้วยังมาเที่ยวอีก" และ ม. ยังพูดเป็นเชิงสนับสนุนเห็นด้วยว่า "ถึงพิการแต่ใจรัก" เป็นการเย้ยหยันสบประมาทตัวจำเลย ทำให้จำเลยต้องรู้สึกอับอายและแค้นเคืองเป็นอย่างมาก การที่จำเลยชักอาวุธปืนออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า ๒ นัด ก็เพื่อเตือนให้หยุดยั้งการกระทำโดยมิชอบอของโจทก์ร่วมและ ม. แต่แทนที่โจทก์ร่วมจะหยุดการกระทำดังกล่าว โจทก์ร่วมกลับวิ่งเข้าไปหาจำเลยในลักษณะเข้าทำร้ายจำเลย แม้โจทก์ร่วมจะไม่มีอาวุธติดตัว แต่ด้วยการที่จำเลยขาพิการย่อมอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบหากจะป้องกันตัวโดยการต่อสู้กับโจทก์ร่วมด้วยมือเปล่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่โจทก์ร่วมจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นอันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแต่การที่จำเลยยิงปืนใส่บริเวณลำตัวจนถูกแขนของโจทก์ร่วม อาจพลาดไปโดนอวัยวะสำคัญทำให้ถึงตายได้ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า ซึ่งเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ตาม ป.อ. มาตรา ๖๘ และ ๖๙
ฎีกาน่าสนใจ กรณีทำร้ายผู้พิการครับ
คำพิพากษาฎีกาที่ ๗๕๑๖/๒๕๕๕
โจทก์ร่วมและ ม. เป็นประจักษ์พยานที่ยืนยันตรงกันว่า จำเลยยิงปืนขึ้นฟ้ง ๒ นัด นับว่าสอดคล้องกับเรื่องราวที่จำเลยพาอาวุธปืนของกลางไปยังที่เกิดเหตุแล้วถูกโจทก์ร่วมและ ม. พูดจาดูแคลนที่จำเลยซึ่งเป้นคนพิการขาขวาด้วนแล้วยังไปเที่ยวเตร่ในสถานบันเทิงที่เกิดเหตุ จึงมีเหตุผลเพียงที่จะทำให้จำเลยโกรธและชักอาวุธปืนที่พาติดตัวออกมายิง โดยเฉพาะการตรวจพบธาตุ Antimony ที่มือของจำเลยในปริมาณที่สันนิษฐานได้ว่าเกี่ยวข้องกับการยิงปืน ย่อมเป็นพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่สามารถยืนยันได้ว่า จำเลยยิงอาวุธปืนของกลางจริง
แม้จำเลยมีร่างกายพิการที่ขาขวาด้วน จำเลยก็มีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะเข้าไปเที่ยวเพื่อหาความสุขสำราญในร้านอาหารที่เกิดเหตุได้เช่นคนที่มีร่างกายปกติธรรมดาทั่วไป และโจทก์ร่วมไม่มีสิทธิใดๆที่จะนำเอาเหตูความพิการทางร่างกายของจำเลยมาพูดจาวิพากษา์วิจารณ์เยาะเย้ยถากถางหรือดูหมิ่นเหยียดหยามเพื่อให้จำเลยเจ็บช้ำน้ำใจได้ การที่โจทก์ร่วมพูดกับ ม. ว่า"ดูนั่นซิ ด้วนแล้วยังมาเที่ยวอีก" และ ม. ยังพูดเป็นเชิงสนับสนุนเห็นด้วยว่า "ถึงพิการแต่ใจรัก" เป็นการเย้ยหยันสบประมาทตัวจำเลย ทำให้จำเลยต้องรู้สึกอับอายและแค้นเคืองเป็นอย่างมาก การที่จำเลยชักอาวุธปืนออกมาแล้วยิงขึ้นฟ้า ๒ นัด ก็เพื่อเตือนให้หยุดยั้งการกระทำโดยมิชอบอของโจทก์ร่วมและ ม. แต่แทนที่โจทก์ร่วมจะหยุดการกระทำดังกล่าว โจทก์ร่วมกลับวิ่งเข้าไปหาจำเลยในลักษณะเข้าทำร้ายจำเลย แม้โจทก์ร่วมจะไม่มีอาวุธติดตัว แต่ด้วยการที่จำเลยขาพิการย่อมอยู่ในฐานะที่เสียเปรียบหากจะป้องกันตัวโดยการต่อสู้กับโจทก์ร่วมด้วยมือเปล่า การที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงใส่โจทก์ร่วมจึงเป็นการป้องกันสิทธิของตนให้พ้นอันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายและเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึงแต่การที่จำเลยยิงปืนใส่บริเวณลำตัวจนถูกแขนของโจทก์ร่วม อาจพลาดไปโดนอวัยวะสำคัญทำให้ถึงตายได้ จึงเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า ซึ่งเกินกว่ากรณีแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกัน ซึ่งศาลจะลงโทษจำเลยน้อยกว่าที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับความผิดนั้นเพียงใดก็ได้ตาม ป.อ. มาตรา ๖๘ และ ๖๙
บทความที่เกี่ยวข้อง
กรณีรณรงค์เกี่ยวกับกรณีฆ่าข่มขื่นให้แก้กฎหมายให้ประหารชีวิตส่วนตัวผมเห็นด้วยมากเพราะเป็นการกระทำที่รุนแรงไม่สามารถรับได้
2 มิ.ย. 2026
จริงๆแล้วไม่ใช่เสมอไปครับ แค่จอดรถโดยไม่ระวังแล้วมีคนอื่นมาชนท้ายก็ตกเป็นฝ่ายประมาทได้
(การอ่านฎีกาในฐานะทนายความจะอ่านฎีกายาวโดยอ่านรายละเอียดตั้งแต่ศาลชั้นต้นว่าพิจารณาคดีกันมาอย่
างไรครับ ดังนั้นถ้ายาวสักหน่อยต้องขออภัย) สรุปคดีนี้ศาลพิพากษาลงโทษจำคุก 1 ปี
2 มิ.ย. 2026
ข้อสอบที่อาจจะออกสอบใบอนุญาตทนายความ ในการฝึกเขียนควรฝึกเขียนตามกลุ่มที่ใช้แบบคล้ายกัน โดยจำหลักและองค์ประกอบของแต่ละเอกสารให้ได้ติดขัดหรือสงสัยสอบถามเพิ่มเติมได้ครับ
2 มิ.ย. 2026

ทนายภูดิท โทณผลิน

